เมื่ออายุเข้าสู่วัย 38 ปีขึ้นไป ใช้ชีวิตลักษณะนี้จะได้มีความสุขที่สุด

เมื่ออายุเข้าสู่วัย 38 ปีขึ้นไป ใช้ชีวิตลักษณะนี้จะได้มีความสุขที่สุด

หากวันนี้คุณนั้นเป็นคนหนึ่งที่อายุ 38 ปีขึ้นไป และอย ากที่จะมีชีวิตที่มีความสุขที่สุด และอยู่บนโลกใบนี้อย่ างเข้มแข็งที่สุด บทความนี้จะบอ ก เมื่ออายุเข้าสู่วัย 38 ปีขึ้นไป ใช้ชีวิตลักษณะนี้จะได้มีความสุขที่สุด ไปดูกันว่าคนวัย 38 ปีขึ้นไป จะต้องใช้ชีวิตแบบไหน ถึงจะมีความสุขกับชีวิตของเขามากที่สุด

การที่เราจะใช้ชีวิตอย่ างมีความสุขได้นั้น เราต้องสร้างมันขึ้น มาเสียก่อน บางทีการที่เราหมั่นดูแลตัวเองอยู่เสมอ มันก็อาจจะทำให้เรามีความสุขมากกว่าที่เป็นอยู่ พย าย ามใช้ชีวิตอย่ างมีความหวัง ให้กำลังใจตัวเองเสมอ เพื่อที่เราจะได้มีกำลังใจในการใช้ชีวิตต่อไปในวันพรุ่งนี้

อย่ าลืมนะว่าคนที่สามารถให้กำลังใจเราได้ดีที่สุด ก็คือตัวของเราเอง ไม่ใช่คนอื่นที่ไหนเลย หากเราไม่คิดที่จะให้กำลังใจตัวเอง ก็เหมือนว่า เราได้หมดสิ้นทุกอย่ างแล้วในชีวิต ต่อให้เราคิดจะทำอะไรมันก็ไม่มีพลังที่จะทำ ขนาดตัวเราเองยังไม่คิดที่จะให้กำลังใจตัวเอง

แล้วจะไปหวังให้คนอื่น มาให้กำลังใจเราได้อย่ างไร ทุกอย่ างมันควรเริ่มต้นจากตัวของเราเอง อย่ าพย าย ามไปคาดหวังกับคนอื่นให้มากนักเลย

ฟากฝรั่งตะวักตกมีความเชื่อกันว่าชีวิตเริ่มต้นในวัย 40 ก็ยังไม่สายเกินไป ในขณะที่ฝั่งเอเชียอย่ างประเทศไทยเราอายุเข้าเลขสี่ถือว่ามาครึ่งหนึ่ง ของชีวิตเป็นวัยผู้ใหญ่เต็มตัวที่ต้องตั้งหลักปักฐานยืนให้ได้อย่ างมั่นคงมี งานวิจัยว่าวัยผู้ใหญ่หล า ยคนเข้าสู่วัย 50 ด้วยความอ้างว้างโดดเดี่ยวและ หล า ยคนมีภาวะซึมเศร้าในระดับเริ่มต้น วันนี้มีเคล็ดลับมาฝากว่าจะอยู่อย่ างไรให้มีความสุขสมวัย

1 ทำงานให้มีความสุข

การงานมิใช่เครื่องมือแสวงหาเงินตรา แต่เป็นเครื่องมือขัดเกลากิเลส อย่ าทำงานเพื่อเงินเพียงอย่ างเดียวแต่จงทำเพื่อสิ่งที่ล้ำค่าไปกว่านั้น จงทำงานที่เป็นประโยชน์กับผู้อื่นได้บ้าง ทำงานด้วยความเพียรด้วยความ ปรารถนาดีต่อผู้อื่น อย่ าทำงานอย่ างเห็นแก่ตัว ไม่เช่นนั้นแล้ว การงาน ของเราจะกล า ยเป็นกิจก ร ร มที่เบียดเบียนเพื่อน มนุษย์โดยไม่รู้ตัว

2 มีความสุขสงบในจิตใจ

เราจะเรียกความสุขว่าอย่ างไรก็ต ามแต่ทว่า ความสุขก็คือภาวะแห่ง ความสันติ เบิกบาน ตื่นรู้ พ้นไปจากความวิตกกังวลทั้งปวง ความสุขนอ กกาย มิใช่ความสุขแท้เป็นเพียงสุขเพื่อประทังชีวิตให้พออยู่ได้ ความสุขที่แท้จริง จะต้องไม่ยึดโยงไว้กับวัตถุหรือบุคคลความสุขแท้เกิดได้ต่อเมื่ออบรมจิตใจ ไว้ดีแล้วเท่านั้น ไม่มีอดีตหรืออนาคต ที่เรามีอยู่คือปัจจุบัน อย่ าเผา เวลาปัจจุบันไปกับเงาของอดีตและอนาคต

3 ใกล้ชิดกับธรรมช าติ

อยู่กับท้องฟ้า ก้อนเมฆ ต้นไม้คือเพื่อนแท้ อยู่ใกล้ชิดสิ่งเหล่านี้ช่วยให้ จิตใจสงบ ความสงบช่วยให้เท่าทันกิเลสได้ เลือ กกินเลือ กอยู่ให้เป็น ธรรมช าติ กินผักสดผลไม้ให้มาก กินอาหารแปรรูปให้น้อยลง

4 คำพูดทำล า ยน้ำใจคนจงอย่ าพูด

สิ่งใดเป็นการโกหกจงอย่ าพูด คำนินทาลับหลังจงอย่ าพูด จงประณีต ในการสื่อสารด้วยวาจาผู้ใดถือสัจจะเป็นสำคัญ ผู้นั้นย่อมเป็นที่เชื่อถือในห มู่ ชน เมื่อพูดน้อยลง ความคิดย่อมเฉียบคมขึ้น ใช้คำพูดอย่ างประหยัด คุณค่าคิดให้มากกว่าพูด ไม่ต้องพูดทุกอย่ างที่คิด

5 เรียนรู้อยู่เสมอ

โลกนี้มีหล า ยอย่ างที่ยังไม่รู้อย่ าหยุดเรียนรู้ทั้งโลกภายนอ กและโลกภาย ในของตัวเอง ที่สำคัญมีสติอยู่เสมอ เดินทางท่องเที่ยวเพื่อเปิดโลกทัศน์

6 ใช้เงินเท่าที่จำเป็น

มีน้อยใช้น้อย มีมากก็ใช้น้อย แล้วจะเป็นนายชีวิตของตนเองอย่ าสะสม สิ่งใดเลยเพราะการสะสมก่อให้เกิดการยึดติด และการยึดติดเป็นเหตุ สำคัญแห่งทุ ก ข์เก็บเกี่ยวทุกสิ่งไว้ในความทรงจำทิ้งสิ่งรกรุงรังเพื่อให้ชีวิตคม ชัดเจน และรวดเร็วขึ้นเงินตรา อำนาจ ชื่อเสียง เป็นของมีคม จงใช้อย่ างระมัดระวัง

7 รั ก ษ าความสมดุล

เวลาเป็นสิ่งมีค่า มิได้หมายความว่าท่านต้องทำสิ่งต่างๆ อยู่ตลอ ดเวลา หากต้องรู้จักใช้เวลาไปกับทุกมิติของชีวิตควรมีเวลาออ กกำลังกาย มีเวลา แสวงหาความรู้ มีเวลาทำงานมีเวลาอยู่กับครอบครัว เวลาอยู่กับตนเอง มีช่วงเวลาสงบนิ่งผ่อนคล า ยจงจัดสมดุลชีวิต

ด้วยการบริหารสิ่งที่ต้องกระทำ ให้ครบทุกมิติ เก็บความรักและช่วงเวลางดงามไว้เป็นพลังชีวิตจงทิ้งความ ผิ ดหวัง ท้อแท้ และเสียใจไว้เบื้องหลัง ขอจงนำภาพชีวิตดีงามกลับมาในวันที่กำลังใจถดถอย

8 ประสบการณ์คือสิ่งดีงาม

ทว่า ทุกความกังวลและทุกความกลัว ล้วนเกิดจากประสบการณ์ทั้งสิ้น จงข้ามพ้นประสบการณ์เข้าสู่ความสดใหม่ในปัจจุบันขณะ ไม่มีใครเข้าใจ ชีวิตจนวันต า ยเพราะชีวิตเป็นเรื่องที่ไม่มีใครในโลกจะเข้าใจได้ทว่า

หนทางยังพอมี เมื่อยอมรับว่าไม่มีวันเข้าใจชีวิตแล้ว จะเข้าใจหรือไม่เข้าใจ ก็ไม่ใช่ปัญหาเข้าใจหรือไม่เข้าใจก็เป็นสิ่งงดงามทั้งนั้น อย่ าได้ยึดถือสิ่ง ใดเป็นสรณะ จงมีความสุขและเบิกบานอยู่เสมอ ชีวิตเป็นเรื่องไม่คาดฝัน

9 รู้จักรักรู้จักให้

ศาสนาที่ยิ่งใหญ่ มิใช่ศาสนาใด นอ กจากความรัก ความรักคือศาสนาสำคัญ ของโลก มีแต่รักเท่านั้นที่โอบอุ้มให้โลกอยู่ได้มีน้ำใจแบ่งปันยิ่งให้ยิ่งได้ มี ความสุขกับเรื่องง่ายๆ เช่นการเดินในสวนหลังบ้าน การให้อาหารนกปลาที่ เร่ร่อนมีความสุขกับการปัดกวาดเช็ดถูบ้าน อย่ าได้แสวงหาความสุขจากกิจก ร ร ม ที่แสนพิเศษ

แม้เราทำสิ่งเล็กๆให้กล า ยเป็นความพิเศษเราย่อมสัมผัสกับ ความสุขได้ตลอ ดเวลา ทุกคนมีส่วนสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ดุจญาติพี่น้อง แม้ปรารถนาให้โลกน่าอยู่ จงให้ความรักแก่คนรอบข้าง ความรักจักงอ กงาม ผลิบานส่ งกลิ่นหอมไปไกลเก็บความรักและช่วงเวลางดงามไว้เป็นพลังชีวิต ทิ้งความผิ ดหวัง ท้อแท้ และเสียใจไว้เบื้องหลัง นำภาพชีวิตดีงาม กลับมาในวันที่กำลังใจถดถอย

ขอขอบคุณ ฉันยังไหว, มียิ้ม